เรื่องจริง !!! เกี่ยวกับ CPR ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้...
Submitted by sandwhale056 on Tue, 11/06/2007 - 03:30.
CPR facts and statistics
ทำไมต้องเรียนเรื่อง ACLS ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุก 5 ปีที่ฝรั่งออก guideline มาใหม่ ...
ชั้นปวดหลังไม่อยากปั้ม ไม่ทำ Bystander CPR ได้ไหม เดี๋ยวรถนเรนทรก็มา...
นี่คือเรื่องจริงที่ชาว Emergency ต้องรู้ !
- ประมาณ 75 – 80 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยที่ cardiac arrests นอกรพ. (OHCA – out-of-hospital cardiac arrests) เกิดขึ้นที่บ้าน ดังนั้น การเข้ารับการฝึกอบรม CPR หรือการทำ CPR เป็นอาจช่วยคนที่คุณรักในภาวะวิกฤตได้
- การทำ CPR ทันที โดยบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ (bystander CPR) โดยไม่รอรถจากโรงพยาบาลหรือทีมแพทย์ไปถึง .... สามารถเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้ถึง 2 เท่า
- การทำ CPR ช่วยทำให้มีเลือดไปเลี้ยงยังอวัยวะสำคัญ อันได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจและสมอง และยังเพิ่มโอกาสที่จะทำให้สามารถใช้เครื่องช็อคไฟฟ้า Defibrillator ให้ได้ผลสำเร็จมากขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจมีเลือดเลี้ยงดีกว่า
- ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยที่เสียชีวิตกระทันหัน (sudden cardiac arrest victims) เสียชีวิตก่อนมาถึงโรงพยาบาล
- การตายจาก sudden cardiac arrest ไม่ถึงกับหมดหนทางช่วยเหลือ หากมีคนรู้วิธีการทำ CPR มากขึ้น ก็อาจช่วยชีวิตให้รอดได้มากขึ้น
- ภาวะสมองตาย จะเริ่มต้นขึ้นภายใน 4-6 นาทีหลังจากผู้ป่วยมี cardiac arrest ถ้าไม่ได้ CPR และทำการ Defibrillation ช่วยเหลือในขณะนั้น
- ถ้าไม่ได้ทำการ CPR ทันทีโดยบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ (bystander CPR) โอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วยที่ cardiac arrest จะลดลง 7-10 เปอร์เซ็นต์ ต่อทุก 1 นาทีที่ช้าไป จนกว่าจะถึงตอนที่ได้ Defibrillation (ถ้ามีข้อบ่งชี้) ส่วนใหญ่แล้วการช่วยเหลือจะประสบความสำเร็จไม่มาก หากไม่ได้เริ่มทำ CPR และ Defibrillation ตั้งแต่ภายในนาทีแรกๆของการหมดสติ
- โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้ป่วยเกือบ 450,000 จาก 871,517 คน (สถิติจาก American Heart Association)
- ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ เกือบ 325,000 คนต่อปี เสียชีวิตเนื่องจาก sudden cardiac arrest , และเกิดขึ้นนอกโรงพยาบาล หรือ ใน Emergency department มีคนอเมริกันเสียชีวิตประมาณ 900 คนต่อวันจาก sudden cardiac arrest
- Sudden cardiac arrest เกิดจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติชนิด Ventricular fibrillation (VF) มากที่สุด และ บ่อยที่สุด อาจเกิดหลังจาก heart attack , ไฟช๊อต หรือจมน้ำก็ได้ (ได้หลายสาเหตุ)
- อาการของ sudden cardiac arrest คือ ผู้ป่วยหมดสติ , ไม่รู้สึกตัวแม้ได้รับการกระตุ้นปลุกเรียก แล้ว ไม่หายใจแบบปกติ และยังไม่หายใจ ไม่ขยับ ไม่มี response แม้ได้รับการช่วยหายใจแล้ว 2 ครั้ง
แหล่งที่มา : http://www.americanheart.org

การทำ CPR ตามหลักเกณฑ์
เรียน สอบถามอาจารย์ อ.สมชาย และทีมงาน การทำ CPR สำหรับปัจจุบัน มี สอง เวอร์ชั้น 2000/2001 และ 2005/2006 15 : 2 และ 30 : 2 ในการทำ cpr มีการเปรียนเทียบหรือให้ใช้ เวอร์ชั่นใหน ครับหรือว่า ใช้ได้ 2 วิธีครับ ขอบคุณครับ
ในปัจจุบั
ในปัจจุบัน เราใช้ CPR 2005 เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ส่วนที่มาก็มาจาก research ที่เค้ามา analysed โดยสรุปแล้ว ก็คือ หาวิธีที่จะ CPR ให้ได้ effective ที่สุด หลักการง่ายๆ ก็คือ push hard , push fast , fully recoil , and minimized interruption
ในช้วงแรก ที่ยังไมได้ definite airway เช่น ET-tube ให้ CPR 100/min ด้วย ratio 30:2 ค่ะ แต่ถ้าได้ definite airway แล้ว ให้ต่างคนต่างทำ คือ CPR 100/min และ ambu 8-10/min ค่ะ
สำหรับการ ทำ CPR ถ้าเป็นสองคน
ตามหลักเกณฑ์ใหม่ ถ้าเป็น CPR สองคนช่วยกัน ให้ 30 : 2 หรือว่าอย่างไรครับ และสำหรับ CPR นี้ แบ่งเป็นช่วงอายุการ CPR เหมือนกัน หรือแต่ต่างจากเดิม (ทั้งCPR 1 คน และมีผู้ช่วย)มากน้อยแค่ใหนครับ แนะนำด้วย ขอบคุณครับ
CPR 2005 โดยคร่าวๆ...
1. ของ Adult ก่อนนะคะ
ไม่ว่าจะมีคนช่วยกี่คน ก็ทำ 30:2 ค่ะ คือ chest compression 30 ครั้ง แล้วจึงช่วยหายใจ 2 ครั้ง
ทำจนครบ 5 cycles ก่อน (คือ 30:2 รอบที่ 1 ...รอบ 2 ..รอบ 3 ...รอบ 4 ...รอบ 5..) แล้วช่วยหยุดคลำชีพจร
ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้มีช่วงเวลาที่ผู้ป่วยได้รับการ chest compression มากที่สุด ซึ่ง
guideline 2005 นั้น ได้ proof แล้วว่า สิงที่มีผลกับการ CPR ประสบความสำเร็จนั้น คือ
1. Effective Chest compression และ 2. Early and adequate defibrillation. ค่ะ
ถ้ามี rescuer 1 คน ก็คงต้องทำคนเดียวนั่นแหละ
ถ้ามี rescuer 2 คน ก็สลับกันเมื่อครบ 5 cycles ค่ะ
นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยที่ว่า
ถ้าเป็น Witness arrest (คือ ล้มกัน arrest ไปเดี๋ยวนั้น เห็นกันจะจะ ) เมื่อได้เครื่อง AED มาแล้ว ให้ติดและทำการ analyse เพื่อหาข้อบ่งชี้ในการ defib เลย
แต่ถ้าผู้ป่วย Arrest มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ (Nonwitness arrest) แนะนำให้ CPR ครบ 5 cycles หรือ 2 นาที ก่อน
แล้วค่อยทำการติด AED เพื่อหาข้อบ่งชี้ในการ defib ค่ะ
2.สำหรับเด็ก ที่ไม่ใช่เด็กแรกเกิด
ถ้ามีคนเดียว ให้ทำ 30 :2 ถ้ามี 2 คน (rescuers) ให้ทำ 15:2
รายละเอียดฝาก อาจารย์ banana เล่าต่อด้วยค่ะ
ขอบคุณที่ให้ความสนใจค่ะ
เร็วๆนี้จะพยายามทำ สรุป ขึ้น blog ให้นะคะ
ขอบคุณครับ CPR 2005 โดยคร่าวๆ.../ข้อมูล
ขอบคุณ ครูและอาจารย์ทุกท่าน เพราะว่าข้อมูลนี้หาตำราค่อนข้างอยากครับ ขอให้กำลังลังใจทีมงาน ครู ก และ ข ทุกท่านครับ ที่ได้สละเวลา ให้ข้อมูล แก่ สิทธิ์/และผู้สนใจ
รอข้อมูล สรุปขั้น blog
สอบถามคุณครู สำหรับ คนเคยมีอาการ
สำหรับอาการศที่เย็นหนาว ครับ มีอาการหายใจไม่สะดวกเช่นครับ เช่นคนที่เป็นภูมิแพ้ แล้วมีอาการหอบหืดมีอาการ ตอน เช้าๆ ประมาณ หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป แนะนำด้วยครับ ว่า ควรปฏิบัติตนหรือช่วยเหลือต้นเองหรือบุคคลอื่นๆ ในยามฉุกเฉินก่อนถึง รพ.อย่างไร แล้วกลุ่มอาการมี หนัก เบา อย่างแนวทางการปฏิบัติตนเบื้องต้นและแนวทางป้องกันด้วยครับ
ขอบคุณครับ
CPR 2005 โดยคร่าวๆ.สอบถามการนับเพิ่ม
สอบถามวิธีการนับสำหรับการหลักเกณฑ์ 2005/2006 นะครับ ว่านับอย่างไรครับ
1)เริ่มนับ 1 ไปเรื่อย ๆ จนถึง 30 : 2
2)เริ่มนับ 1 และ 2 - และ 10 พอ 10 ไม่ต้องมีและ จนถึง 30 : 2
3)เริ่มนับ ตามข้อ 1 หรือ ข้อ 2 ข้อใดข้อหนี่ง เช่น
- 1-30 เป่า 2
- 31-60 เป่า 2
- 61- 90 เป่า 2
- 91 - 120 เป่า 2
- 120 - 150 เป่า 2
ตาม ข้อ 1 - 3 ( 5 รอบ )
เพราะการเรียนการสอบ แต่ละที่ แม้ อบรม FR - EMT ก็ไม่เหมือนกันครับ
ใช้อะไรเป็นมาตรฐาน ครับ เพราะผมได้รับทราบ ตามที่ถามนี้ จากหลายหน่วยงาน ที่เปิดอบรมด้านนี้ครับ
การ CPR 2005/2006
CPR 2005/2006 อัตราความเร้วที่ 100/นาที ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ 30:2 จำนวน 5 รอบ สำหรับความเร็วตามกำหนดหนดนี้ มาตราฐานความเร็ว อยู่ที่ความเร็ว ใช้วินาที เป็นตัวกำหนดขั้นต่ำได้เหรือเปล่าครับ และสำหรับช่องว่า สำหรับ การ CPR โดยมีผู้ CPR 1และ 2 คนช่วย ความห่าง กีวินาที ใช้ในการเป่า 2 หลังจาก กด อกแล้ว 30 นะ ครับ / ขอบคุณครับ
การCPRเด็ก
สำหรับการCPR เด็กจะแบ่งเป็น2ช่วงอายุคือ
1.child เด็กอายุ1-8ปี: สำหรับการช่วยเหลือที่มีผู้ช่วยเหลือคนเดียวให้ทำเหมือนผู้ใหญ่คือ30:2 คื อช่วยหายใจ 2 ครั้ง กดหน้าอก30ครั้ง แต่ถ้ามีผู้ช่วยเหลือสองคน เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ให้ใช้อัตรา15:2 โดย
- อัตราในการช่วยหายใจ15-20 ครั้ง/นาที หรือห่างกันทุก3-5วินาที ถ้าใส่ท่อช่วยหายใจแล้วก็8-10เทื่ผู้ใหญ่ค่ะ
-ความเร็วในการกดหน้าอก100/นาที ใช้มือเดียวหรือสองมือก็ได้ แล้วแต่ถนัดกดบริเวณกึ่งกลางหน้าอกระดับราวนม
2.infant(เด็กอายุ<1ปี):ใช้อัตราเหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันตรงที่การกดหน้าอกจะใช้เป็นtwo-thumb หรือ two finger techniqueก็ได้ คือใช้นิ้วโป้ง2นิ้ว มือโอบรอบตัว วางบริเวณกึ่งกลางต่ำกว่าราวนมเล็กน้อย
ส่วนในเด็กแรกเกิดจะต่างออกไป เดี๋ยวอ.Jackkyคงมาpostให้เร็วๆนี้
สรุปไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ สำหรับบุคคลทั่วไปเพื่อให้จำง่ายถ้าคนช่วยคนเดียวทำเหมือนกันหมดคือ30:2ค่ะ
แต่ถ้ามีผู้ช่วยเหลือสองคน เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ให้ใช้อัตรา15:2
เรียน ครู banana 057 ครับ
สำหรับผู้ช่วยเหลือ 2 คน อัตรา 15 : 2 ถ้ามีผู้ช่วยเหลือ สองคน ต้องเป็นบุคลากรทางการแพทย์
คุณครูช่วยอธิบายเพิ่ม บุคลากรทางการแพทย์ ระดับใดขึ้นไปครับ และถ้าเป็นบุคคลทั่วไป ถ้ามีผู้ช่วยเหลือ 2 คน ต้องใช้ อัตราใดครับ
การ cpr เด็กและผู้ใหญ่ มีจ้อแต่ต่างใน
การ cpr เด็กและผู้ใหญ่ มีข้อแตกต่างใน การขอความช่วยเหลือ ก่อนที่ทีมกู้ชีพจะมาถึงอย่างไร ครับ ที่นี้ ในการ ขอความช่วยเหลือ เช่น เด็กกับผู้ใหญ่ มีหลักการ กำหนดอย่างไร เช่น cpr ก่อนแล้วค่อยโทร. หรือว่า โทร.ก่อนการ cpr นะครับ ว่าต้องใช้หลักเกณฑ์แตกต่างกันอย่างไร ระหว่างเด็กและผู้ใหญ่นะครับ