บทเรียน จากหมายเลขแจ้งเหตุ 191
เมื่อพูดถึงหมายเลขแจ้งเหตุ พวกเราส่วนใหญ่สามารถจดจำหมายเลขแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ได้ ซึ่งเป็นหมายเลขแจ้งเหตุฉุกเฉินทั่วไปสามารถใช้ได้ทั่วประเทศ ในกรุงเทพ เมื่อโทร สายจะถูกส่งผ่านเครือข่ายไปยังศูนย์วิทยุผ่านฟ้า (ตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ) และต่างจังหวัดจะถูกส่งไปที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่ตำรวจเขาก็พยายามกันสุดความสามารถในการส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุดอยู่แล้ว
แต่ปัญหาอยู่ที่เบอร์ 191 นั้นก็มีคนโทรมามากมายเหลือเกิน ไม่ใช่เพราะมันจดจำง่ายเกินไป แต่เพราะว่ามันขาดการควบคุมดูแล ทั้งด้านนโยบาย ด้านกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย แหล่งที่มาของงบประมาณ และการประชาสัมพันธ์ที่ดี เบอร์ 191 จึงใช้รับแจ้งเรื่องที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับตำรวจมากมาย เช่น ร้านมือถือหลายร้านใช้วิธีเช็คว่าโทรศัพท์โทรออกได้หรือไม่ด้วยการกด 191 ถ้ามีคนรับสายก็ถือว่าใช้ได้ !! ส่วนเด็กๆก็ยังโทรแจ้งเหตุเท็จ หรือโทรเล่นกวนเจ้าหน้าที่อยู่มาก อีกทั้งยังมีคนที่จงใจโทร 191 เพื่อสอบถามเส้นทาง ปรึกษาปัญหากฎหมาย และ ฯลฯ ร้อยแปดพันเก้าที่ไม่เกี่ยวกับตำรวจ ที่สำคัญคือไม่ใช่เรื่องฉุกเฉินเสียส่วนมาก ตำรวจที่รับสายจึงน่าเห็นใจไม่น้อย
ระบบ กับคน ต้องเดินไปพร้อมกัน ฉันใดฉันนั้น ความไฮเทคของศูนย์ 191 ในกรุงเทพฯ แม้จะเทียบได้กับระบบของเมือง Toronto ของแคนาดาเนื่องจากใช้ซอฟท์แวร์ชนิดเดียวกัน แต่คนที่โทรแจ้งเหตุยังไม่ได้รับการพัฒนาไปด้วย ก็คงเป็นการสูญเปล่าไม่น้อย (เสียดายภาษี...)
ล่าสุดผมสังเกตเห็นป้ายหมายเลข 1669 ขนาดใหญ่ สีสันสวยงาม ติดกระจายอยู่หลายแห่งในเขตปริมณฑล
แต่ถ้าเรายังคิดแบบเดิมๆ อยู่ หมายเลขแจ้งเหตุระบบ EMS 1669 และ 1646 ในปัจจุบันก็อาจกำลังเดินเข้าสู่วงโคจรแบบนี้ในไม่ช้า !! ตราบใดที่ยังไม่มีการพัฒนาคนอย่างถูกต้อง !!
- pattarit_emtb's blog
- Login or register to post comments

การใช้โทร.ที่ได้ก็ไร้ค่าแต่ต้น
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับทาง pattarit_emtb นะครับ ที่การใช้บริการ หมายเลขฟรีเล่านี้อย่างไม่คุ้มค้า ทำให้เกิดการ ใช้อย่างไม่มีคุณค้า เพราะการขาดความรู้หรือความไม่เข้าใจ หรือว่า ขาดมาตรการ ในการ ประชาสัมพันธ์ และการลงโทษ หรือเปล่า ต่างๆ เหล่านี้ ย่อมเป็นผลให้คนไทยตามใจฉันคือไทยแท้ ก็ยังมีอยู่ และปัจจุบัน หมายเลขด่วยต่างเหล่านี้มากมายเหลือเกิน นะครับ
bangkok EMS
ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร ปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร เมืองแห่งสีสัน และความเจริญทางด้านวัตถุ ทางด้านวิทยาศาสตร์ ที่เจริญก้าวหน้า และความเจริญด้าน จิตศาสตร์เป็นอย่างไรหนอ ก็ต้องดูดันต่อไป นะครับ นับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายที่เดียว ที่ กรุงเทพฯ มีการ นำระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือที่เรียกว่า bangkok EMS ที่เป็นเมืองที่ต้องมีหลายหน่วยงานในต้องมีการประสานงานต้องให้มีความกลมกลืนกันไม่น้อยและได้มีการกำหนด หมายเลยรองรับ 1646 ซึ่งเรียนว่าศูนย์เอราวัณ เป็นศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ ภายใน กรุงเทพมหานคร โดยไช้หมายเลยนี้ บริการการแพทย์ฉุกเฉิน สำหรับนอกกรุงเทพฯนั้นใช้หมายเลย 1669 (หมายเลยนี้โทรฟรี ) ทั่วประเทศ เว้น กรุงเทพฯ ให้กด 1646 (ไม่แน่ใจว่าฟรีหรือเปล่านะ ท่านใดมีข้อมูลบอกทีครับ )
เป็นไปได้ สูงที่ กทม. ใช้หมายเลข
ครับ มีทางเป็นไปได้นะครับ ที่ bangkok EMS มีการพัฒนาใช้หมายเลย ด่วน เป็น 199 โดยมีการปรับโครงสร้างในระบบและมีการวางบุคลากร ในระบบ ให้มีการ รับแจ้งเหตุและสั่งการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสะดวกดีนะครับ สำหรับเลขกลาง ระดับประเทศต้องรอกันต่อไปครับ ท่านใดมีความเห็นใดแนะนำกันนะครับ
แผนกทม.
ขอบคุณครับ เป็นไปได้สูงนะครับที่กทม.จะพัฒนาหมายเลขแจ้งเหตุ 199 ให้เป็นหมายเลขแจ้งเหตุเกี่ยวกับการดับเพลิง การกู้ภัย และการช่วยชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรจึงจะให้ประชาชนจดจำหมายเลขดังกล่าว และตระหนักว่าหมายเลขดังกล่าวมีคุณค่า และเป็นสิ่งแรกที่ทุกคนจะนึกถึง เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่ใช่หมายเลข 191 ในปัจจุบันที่ยังมีคนจำนวนมาก ไม่รู้ว่ามีคุณค่า ยังโทรเล่นกันอยู่เหมือนของสนุก ชิวๆ ไม่ซีเรียส
การให้ความรู้กับสังคมนั้น มีหลายระดับ ในยุคสมัยใหม่นี้การสื่อสารด้วยการสร้างความผูกพันทางอารมณ์นั้น ดูน่าจะมีส่วนสำคัญ และมีผลทำให้คนกลุ่มใหญ่เข้าใจอะไรๆ ได้ลึกซึ้งมากขึ้นครับ ผมจึงอยากจะเสนอไอเดียว่าทางสมาคมฯ น่าจะจัดทำคู่มือสำหรับสื่อมวลชน ในเรื่องเกี่ยวกับระบบ EMS นี้ ซึ่งจะเป็นการอาศัยสื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียง และถ้าได้ผล ก็สนับสนุนให้จัดทำสารคดี หรือละคร เกี่ยวกับหน่วยกู้ชีพเสียเลย เหมือนกับที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ที่ให้การสนับสนุนรายการโทรทัศน์ เรื่องอะไรไม่ทราบ น่าจะชื่อภาษาอังกฤษว่า Mythbuster นะครับ ถ้าจำผิดก็ขออภัยด้วย
การบริการขนส่งด้านเวชกรรมที่เข้าข่ายบริการฟรี
บางที่ก็ งง เช่นกันนะครับ ในระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่มีการขนส่งด้านเวชกรรมฉุกเฉิน หรือที่เรียนกันอย่าง ง่าย ๆ มีรถรับส่งผู้ป่ายหรือบาดเจ็บฉุกเฉินทีมีการติดประกาศกันอย่างมากหมาย ตามท้องที่ 75 จังหวัดแทบทุกที่ หรือ 3 ถึง 5 กิโลเมตร กันที่เดียวครับ ก็ ทำให้เกิดความเข้าใจกันอย่างตรงไปตรงมาครับ แต่ในกรุงเทพฯ กลับไม่มี ป้ายประกาศนี้นะครับ ที่เป็น ของ bangkok ems ตรงๆ ก็ยังไม่มีนะครับ ทำให้ผู้ใช้บริการหรือการเข้าถึง bangkok ems ที่เป็นชาวบ้าน ต้างจังหวัด ใช้ 1669 เช่นเดิมแต่มาใช้ ที่ กทม . กลับต้องไปกด 1646 ซึ่ง การประชาสัมพันธ์ ที่น้อย และเมื่อมีการกดที่ 1669 ก็ติดแสนยาก แบ่งรับแบ่งสู้กับศูนย์ นเรนทรเดิม กับ ศูนย์เอราวัณ ครับ อย่างไรแล้วก็ปรับปรุงระบบกันอีกนิดนะครับ เพื่อการบริการที่ดี ครับ ประการต่อมาครับการประสัมพันธ์ของหน่วยบริการ ที่อยู่ในระบบ ภายในพื้นที่ของตัวเอง มีการทำแผ่นพับว่าตนเองมีการบริการรับส่งผู้ป่วยที่เข้าข่าย เจ็บป่วย บาดเจ็บฉุกเฉินฟรี แต่ก็ถูกมองว่า bankok ems เป็นเมืองที่มี เอกลักษณ์ พิเศษด้านการบริการ ems ไม่มีหรือไม่ให้หน่วยบริการจัดทำหรือการประชาสัมพันธ์ อย่างนี้ ประชาชนจะเข้าถึงการบริการได้อย่างไร บวกกับ พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 มีผลแล้ว ต้องเตรียมการถูกมองหรือฟ้องระบบ ems เป็นแน่แท้
1646
ก่อนอื่นต้องดูทิศทาง ของ พ.ร.บ. การแพทย์ฉุกเฉินด้วยว่า มีการกำหนดหมายเลขกลางที่เป็น สาม ตัวอย่างไร เพื่อให้เป็นมาตรฐาน ทั่วประเทศ บวกกับมีการประชาสัมพันธ์ที่ดี ด้วย สำหรับ กรุงเทพฯ การพัฒนาระบบ นี้ ใช้ 199 ก็ น่า เป็นการดี นะครับ เป็นการนำร่อง ไปก่อน นะครับ เพราะถ้าเปรียบเทียบ นา นา ประเทศแล้ว มีหมายเลยเดียว ที่ใช้แจ้ง ด้านตำรวจ ด่านการแพทย์ฉุกเฉิน ด้าน ดับเพลิงและกู้ภัย
ถ้ากฏหมาย ประกาศใช้ก็ ว่ากันไปในทิศทาง เดียวกัน เพราะหมาย เลย 1646 นี่ไม่ใช้หมายเลยฟรี ครับ เป็นหมายเลขผู้โทร. เข้า เสียตังครับ คือโทร.เข้าหมายเลขนี้ ก็เสียตัง ตาม ระยะหรือโปร.ของโทร.นั้นๆ นะครับ ไม่เหมือน 1669 ครับ