ร้อน จะ ตาย

อากาศเมืองไทยถึงจะมีลมหนาวลมฝนพัดมาบ้างประปราย แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นตรงกันว่า มีแต่ร้อนมากกับร้อนน้อย แถมเป็นแบบร้อนชื้นที่เหงื่อไม่ค่อยระเหย  ตอนร้อนมากก็ไม่ธรรมดา เล่นเอาเหงื่อท่วม เพลียจัด บางคนเป็นลม ชัก เพี้ยนไปเลยก็มี และถ้าเป็นหนักรักษาไม่ทันก็ถึงตายได้เลย!!

 ปกติเรามีอุณหภูมิแกนกาย (core temperature) ประมาณ 36-38C ความร้อนนี้มาจากการเผาผลาญพลังงานในเซลล์ การยืดหดของกล้ามเนื้อ และความร้อนที่รับมาจากสิ่งแวดล้อมภายนอก พอตัวร้อนเกินกว่าอุณหภูมิที่ set ไว้ ร่างกายจะลดการเผาผลาญ และกำจัดความร้อนส่วนเกิน โดยการหลั่งเหงื่อให้ "ระเหย" ดูดความร้อนออกไป หลอดเลือดที่ผิวหนังจะขยายตัว (vasodilatation) ช่วยระบายความร้อน ให้ลมพัด "พา" ไป, "แผ่รังสี" ความร้อนออกไป และ "นำ" ความร้อนไปสู่ชั้นอากาศรอบๆ  ...แต่ถ้าร้อนมากๆ กลไกพวกนี้มักเอาไม่อยู่ แล้วเราก็จะป่วยจนได้

 การเจ็บป่วยจากความร้อนหรือ heat illness นี้มีตั้งแต่เป็นแค่ผดร้อน (prickly heat) มือเท้าบวม (heat edema) เป็นตะคริว (heat cramp) ไปจนถึงอาการเพลียแดด (heat exhaustion) และโรคลมแดด (heat stroke) ที่เป็นภาวะฉุกเฉินถึงตาย

Prickly heat

เมื่ออากาศร้อน เหงื่อต้องออก ถ้ารูเหงื่ออุดตันจะเกิด Prickly Heat เป็นตุ่มใส คัน อยู่ในร่มผ้า ต่อมาอาจอักเสบติดเชื้อและอุดตันไปถึงท่อต่อมเหงื่อชั้นลึก เป็นตุ่มอยู่ข้างใต้ (ระยะหลังนี้จะไม่คัน); กลไกระบายความร้อนอีกอย่างคือ vasodilatation ด้วยแรงดันในหลอดเลือดที่สูงร่วมกับแรงโน้มถ่วงของโลก จะทำให้น้ำรั่วออกนอกเส้นเลือดและไหลมาอยู่ส่วนล่างของแขนขา เกิดอาการมือเท้าบวม เรียกว่า Heat Edema; เมื่ออากาศร้อนมากขึ้น จากแค่เหงื่อซึม กลายเป็นเหงื่อแตกพลั่ก ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่มาก ถ้ากินแต่น้ำเปล่าหรือดื่มน้ำเกลือแร่ทดแทนไม่พอ จะมีภาวะเกลือแร่ต่ำ (โซเดียม, คลอไรด์) เป็นตะคริว เรียกว่า Heat Cramp ซึ่งมักเป็นที่น่อง ปวดมาก เป็นๆ หายๆ ครั้งละไม่นาน จะเป็นช่วงพักหลังออกกำลังหรือทำงานหนัก; เมื่อภาวะสูญเสียน้ำและเกลือแร่เป็นมากเข้า จะไม่เป็นแค่ตะคริว แต่จะอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ปวดหัว มึนหัว คลื่นไส้ อาเจียน เรียกว่า เพลียแดดหรือ Heat Exhaustion ในภาวะนี้ตัวอาจจะร้อนหรือไม่ร้อนก็ได้ ถ้าตัวร้อนก็จะไม่เกิน 40C;

 พอถึงจุดที่ร่างกายรับไม่ไหว กลไกควบคุมอุณหภูมิของเราล้มเหลว อุณหภูมิกายเราจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความร้อนปรอทแตกนี้จะทำลายเซลล์ อวัยวะต่างๆ ล้มเหลว เรียกภาวะนี้ว่า Heat Stroke (อาจเขียนติดกันเป็น Heatstroke ก็ได้) ซึ่งอุณหภูมิแกนกายจะสูงกว่า 40C สมองบวม (cerebral edema) ความดันในกะโหลกสูง (increased intracranial pressure) ร่วมกับภาวะสมองขาดเลือดจากระบบไหลเวียนที่ทำงานหนักจนล้มเหลว จะทำให้มีอาการทางระบบประสาทเด่นชัด ได้แก่ ซึม สับสน ชัก อาจมีแขนขาอ่อนแรง หรืออาการทางสมองอื่นๆ ได้ทุกรูปแบบ เหมือน stroke สมชื่อนั่นแหละ  ที่น่ากลัวคือ ก่อนจะเกิด heat stroke ไม่จำเป็นต้องมี heat cramp หรือ heat exhaustion นำมาก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างฉับพลันรุนแรงโดยไม่มีอาการนำ ถ้ารักษาไม่ทันก็เสียชีวิต แม้รอดมาถึงโรงพยาบาลแล้วยังมีอัตราตายสูงถึง 20-60% !!

 ภาวะ heat stroke อาจพบในคนที่ทำงานหนักกลางแดดหรือในที่ร้อนจัด ทหารเกณฑ์ หรือคนที่ออกกำลังกายอย่างหนัก เรียกกลุ่มนี้ว่า Exertional Heatstroke คนไข้กลุ่มนี้ครึ่งหนึ่งจะมีเหงื่อออก อีกครึ่งหนึ่งจะไม่มีเหงื่อ; ส่วน heat stroke ในคนทั่วไปเรียกว่า Classic Heatstroke มักพบในผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้สุงอายุและเด็กเล็กที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ คนติดเหล้า และผู้ป่วยจิตเวช กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะไม่มีเหงื่อ (กลไกระบายความร้อนไม่ work); อีกกลุ่มที่เป็นข่าวอยู่เรื่อยๆ คือเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถคนเดียว ผู้อพยพหรือแรงงานลักลอบเข้าเมืองที่แอบอยู่ในที่แคบบนรถบนเรือ ก็เป็น heat stroke ตายได้เหมือนกัน

 คราวหน้าจะมาเล่าต่อ ว่าเราจะป้องกันและช่วยคน "ร้อนจะตาย" กลุ่มนี้ยังไงดี ^^

 to be continued...

Prickly heat

ข่าวจากสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย

Navigation