3 วันในกัลกัตตา
ศูนย์กู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาลราชวิถี ได้รับการติดต่อจากกระทรวงต่างประเทศ โดยภารกิจที่ได้รับมอบหมายคือ การดูแลผู้ป่วยที่เป็นลูกเรือประมงที่เป็น Decompression sickness (DCS) เพราะถูกจับระหว่างงมปลิงทะเล แล้วขึ้นจากน้ำเร็วเกินไป ตั้งแต่หลายเดือนก่อน มีอาการเป็นอัมพาตขาทั้ง 2 ข้าง ระหว่างการเดินทางบนเครื่องบินกลับมายังประเทศไทย ข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า นอกจากเดินไม่ได้แล้ว อาการอื่น ๆ เป็นปกติดี มีแผลกดทับที่หลังแต่หายแล้ว งานนี้ได้รับมอบหมายให้ไปกัน 2 คน เป็นแพทย์ 1 คน และพยาบาล 1 คนครับ
เราออกเดินทางด้วยเครื่องบินของการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 313 จากสนามบินสุวรรณภูมิ ตรงไปยังกัลกัตตา

เนื่องจากเรานำอุปกรณ์การแพทย์หลายชนิดที่ผู้โดยสารทั่วไปไม่สามารถนำขึ้นเครื่องไปด้วยได้ แต่ก็กังวลเกี่ยวกับการสูญหายระหว่างการขนย้าย จึงตัดสินใจติดต่อกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยของสนามบิน และการบินไทย ซึ่งก็ได้รับความสะดวกเป็นอย่างดี ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน มา ณ ที่นี้ครับ
เราออกเดินทางเวลา 23.45 น. ของคืนวันที่ 27 ตุลาคม 2550 การเดินทางใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เวลาท้องถิ่นของกัลกัตตาจะช้ากว่าที่เมืองไทย 1 ชั่วโมงครึ่ง เราจึงเดินทางถึงกัลกัตตาประมาณ 01.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยสวัสดิภาพ

เมื่อมาถึงก็ได้พบกับพี่เบิ้ม (คุณอภิวันท์) เจ้าหน้าที่กงสุลไทยประจำกรุงกัลกัตตา ที่มารอรับอยู่ที่สนามบิน และได้รับการอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการเข้าประเทศเป็นอย่างดี
เราเข้าพักกันที่ โรงแรม The Park ในตัวเมือง ระหว่างนั่งรถมาที่โรงแรม ได้เห็นบ้านเมือง และผู้คนที่แตกต่างออกไปจากบ้านเรา คนที่นี่มีจำนวนไม่น้อย ที่ใช้พื้นที่ทางเท้าเป็นที่กินนอน และได้ฟังพี่เบิ้ม เล่าถึงสภาพของโรงพยาบาลรัฐบาลของที่นี่ ว่ามีความแออัดอย่างมาก ต้องไปเห็นด้วยตา ไม่อย่างนั้น คงไม่สามารถนึกภาพออก
เนื่องจากเราเดินทางมาในคืนวันเสาร์ วันรุ่งขึ้นจึงเป็นวันหยุด พี่เบิ้มนัดว่าจะมาพาเราออกไปชมรอบ ๆ เมืองก่อน

ขอบคุณ จิระพงษ์ ที่ share ประสบการณ์ดี ๆ
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดี ๆ นะครับ ช่วยเปิดหูเปิดตาได้เยอะเลย
เคยไปเที่ยวลาว มาก็เห็นโรงพยาบาลจังหวัดของเขาเหมือนกัน(คิดว่าสภาพคงไม่ต่างกับในอินเดียนี้เท่าไร) แต่เห็นด้วยอย่างมากครับ เรื่องการติดต่อสื่อสาร จริง ๆ น่าจะใช้เวลาน้อยกว่านี้ เท่าที่ดูจะเสียเวลาไปกับการสื่อสารนี้เสียมาก ยังดีนะครับที่คนไข้ไม่แย่ไปเสียก่อน