ขอเชิญเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลก่อนถึงโรงพยาบาลและระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน

เรียนเชิญทุกท่านที่สนใจ ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ ทั้งในด้านวิชาการ ปฏิบัติการ บริหารและบริการ ครับ

เห็นด้วย ที่มีการ รักษาก่อนถึง รพ.และระบบ ems

การปฐมพยาบาลตามหลักและวิธีการ ของผู้ให้การช่วยเหลือ จากประประชาชนที่พบเห็น และอาสาสมัคร ที่เป็นอาสาประสานงาน หรือ อาสากู้ชีพ ที่ให้การช่วยเหลือ ต้องได้รับการอบรมจากหน่วยงาน เช่น ศูนย์หรือ หน่วยกู้ชีพ จาก รพ. ทีเป็นที่ยอมรับ ตามหลักเกณฑ์ และขึ้นทะเบียน ไว้ ทั้งนี้มีการพัฒนาต่อยอด ให้ตลอด ตามระยะเวลา โดย  อาสากู้ชีพเหล่านี้ ต้องให้การสนับสนุนและ เผยแพร่ ระบบ บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ไปในตัวด้วย  และถ้าให้การช่วเหลือทันท่วงทีและถูกต้องช่วยให้ผู้เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บฉุกเฉิน รอดได้
 

รักษาก่อนถึง รพ.และระบบ ems

แต่การพัฒนาบุคลากรในระบบ สำหรับประชาชน ที่เป็นอาสาสมัคร หรือเจ้าหน้าที่ มีการพัฒนาที่ได้รับการอบรมจากหน่วยงาน ให้เป็นที่ยอมรับ และเป็นการเรียนการสอนที่ต่อเนื่อง ก็เป็นการเพิ่มขีดความสามารถได้มาก แต่ทำอย่างไรในการให้บุคคลเหล่านั้นได้เข้าระบบ เพื่อให้เกินการควบคุม พัฒนาทีสูงขึ้น และยอมได้รับ เพราะตามที่ท่าน อ.สมชายได้เขียน บุคคลหรื่อ บุคลากรในระบบ นะครับ  

ในระบบ EMS

ในระบบ EMS นั้นถือว่าประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม แต่จะมีบทบาทต่างกันไปตามความรู้ความสามารถและการจัดระบบของหน่วยงานที่จัดระบบที่อาจจัดให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในระดับต่างๆ ปฏิบัติงานในระบบได้ในระดับที่ต่างกันไป ตั้งแต่ประชาชนธรรมดา อาสาสมัคร EMT-B EMT-I EMT-P พยาบาล และแพทย์ โดยถือว่าผู้ให้บริการในด้านที่เกี่ยวกับเวชกรรมจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์ คิดว่าหน่วยงานจัดระบบในพื้นที่ต่างๆ ก็คงคิดเช่นเดียวกันนี้ แต่อาจมีขั้นตอนหรือเตรียมการที่อาจต้องใช้เวลาในการดำเนินการ อีกประการที่ทำให้มองเห็นภาพของระบบฯยังไม่ชัดเจน ก็เนื่องจากยังไม่มีการสร้างกฎหมาย พรบ.ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ที่เน้นเรื่องของการสร้างระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินขึ้นในประเทศไทย

กฎหมาย พรบ.ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ความคืบหน้า

เรียน อ.สมชายครับ สำหรับความคืบหน้าของ กฎหมาย พรบ.ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เป็นอย่างไรบ้างครับ สู่ขั้นตอนใดสอบถามความคืบหน้า ครับ

เท่าที่ทร

เท่าที่ทราบว่าอยู่ในขั้นตอนการนำเข้า สนช. โดยที่ได้ผ่านการตรวจสอบแก้ไขจากคณะกรรมการกฎษฏีกาแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการ ไม่มีบทลงโทษผู้กระทำผิด จึงมีความหมายเท่ากับว่าเป็นการตั้งองค์กรขึ้นมาเป็นองค์กรอิสระภายใต้ กสธ. ทำหน้าที่บริหารเงินเช่นเดียวกันกับที่สปสช.ทำอยู่ และไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันได้ และได้ทราบว่าทางสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยแล้ว

พรบ.ระบบ EMS

ขอบคุณครับ
เห็นด้วยนะครับ ที่ควรมี พรบ. ระบบ ems เป็นที่น่าเสียดายครับ ที่ระบบนี้ควรมี มาตรฐานการส่งเสริมและกำกับ  ที่เป็นกฎหมาย เพื่อคุ้มครองและส่งเสริม คนในระบบ และประชาชนถ้าได้รับการบริการที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงการกำกับดูแล หน่วยงานที่ ไม่อยู่ในระบบให้ เข้าระบบโดยการขึ้นทะเบียน แต่ถ้าไม่ม่บทลงโทษ ก็ควบคุมระบบไม่มีประสิทธิภาพ

สอบถามความคืบหน้า พ.ร.บ.ฉบับร่าง

เรียน อ.สมชายที่เคารพ ใน พ.ร.บ. ที่ได้ ชมผ่านหน้าเว็บศูนย์นเรนทร นั้นที่พบขณะนี้ มี ร่าง 3 ฉบับนะครับ
ฉบับที่ได้รับการปรับปรุงแล้วนี้เป็นฉบับใดครับ
 

ขาดการสนับสนุนเรื่องการศึกษา

ในระดับโรงพยาบาลทั่วไป มีคนอยากเรียนเป็น EMT จำนวนมากนะครับ แต่ติดตรงที่ ยังมีที่เปิดสอนไม่เพียงพอ , ไม่มีตำแหน่งรองรับมากกว่า
 

การศึกษาและพัฒนา อาสาผู้สนใจในระบบ

การเรียนการสอนบุคลากรในปัจจุบันเน้นไปที่ บุคคลในระบบ เสียส่วนใหญ่ ยังไม่รองรับการเรียนการสอน อบรมแบบเปิดกว้าง ให้เข้าไปเรียน ได้อย่างเต็มที่ เพราะจำกัดเรื่องงบประมาณ สถานที่ให้การเรียนการสอน โดยส่วนใหญ่จะให้หน่วยกู้ชีพที่ประจำที่ รพ.ก่อน แล้วตามด้วย หน่วยบริการ ที่ขึ้นทะเบียน ก่อน สำหรับอาสาหรือบุคคลที่สนใจ เข้าเรียนยาก  EMT-B เป็นระบบโควต้า เช่นเดี่ยวกับการเข้าเรียน EMT-I  ถ้า จาก รพ.  ระบบโควต้า ภายในพื้นที่จังหวัด เรียนที่ 2 ปี ระบบสอบเข้า  สำหรับตำแหน่งถ้าเป็นหน่วยก็ คงต้องมีตำแหน่งรองรับ แต่ถ้าเป็นอาสา แล้วที่ก็คงต้องการพัฒนาความรู้ตนเองต่อเนื่อง

การศึกษาและพัฒนา อาสาผู้สนใจในระบบ ต่อ

เช่น วิชาชีพอื่นๆ ทั้งการเรียน ระดับ แต่ FR  EMT-B EMT-I  EMT-P อย่างไรแล้วผมเสนอแนะให้มีระบบการเรียนการสอนที่เปิดกว้าง เช่นวิชาชีพอื่นๆ  เช่นกัน โดยเฉพาะ FR  EMT-B สำหรับระดับ EMT-I  EMT-P ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เสนอแนะควรมีการเปิดการเรียนการสอนให้กว้างขึ้นอาจมีการค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเรียน ก็คงเป็นการช่วยเหลืองบประมาณรัฐได้อีกช่องทางและ ผู้เข้าเรียน มีความตั้งใจมากกว่าการถูกส่งจาก รพ. โควต้า หรือสิทธิ์ทีได้รับให้ส่งเรียน จาก รพ. เสียอีกครับ   สำหรับกาเรียนการสอนและฝึกงานหรือ อาสาใช้หน่วยบริการ หรือศูนย์กู้ชีพเป็นอาสาฝึกงาน ก็ดีนะครับ

เห็นด้วยครับ /ในบางข้อเพิ่มเติม

เห็นด้วยกับสถานที่เปิดเรียนไม่เพียงพอ และต้องเปิดเรียนที่ รพ.เท่านั้น ทั้งที่ วพ. ก็มีมาก การเรียน   รพ.เป็นผู้ที่ทำหน้าที่ สอนและเป็นที่ปฎิบัติงาน ถ้าสำหรับในแง่อาสา แล้ว ตำแหน่งรองรับ คงต้องเป็นรอง ครับ แต่การเพิ่มความรู้เพื่อเพิ่มความสามารถ กับการนำไปใช้งานด้านอาสา จำเป็นมากว่า สังเกดได้ จาการที่ รพ.ทีเปิดเรียน EMT-b  ใน กทม.และภูมิภาค ก็ตาม ถ้าเป็นการอบรมหรือเรียน จากบุคคลภายในโรงพยาบาลแล้ว ความตั้งใจเรียน ก็ ไม่ค่อยมีเท่าไร แต่ถ้าเที่ยบกับการเรียน ในห้องของ อาสาที่สนใจเรียนจริง ๆ แล้ว ต่างกัน ว่าจริงมั๊ยครับ

การให้การปฐมพยาบาลก่อนถึงแพทย์

การให้การปฐมพยาบาลก่อนถึงแพทย์ การให้การช่วยเหลือต่อเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บฉุกเฉิน ที่ต้องให้การช่วยเหลือ ให้เป็นไปตามหลักการและหลักวิชาการ ที่ต้องเป็นไปตามระบบการแทพย์ฉุกเฉิน สิ่งที่ได้ผ่านการอบรมและฝึกที่เราปฏิบัติได้ เราค่อยปฏิบัติต่อผู้เจ็บป่วย หรือบาดเจ็บฉุกเฉิน และสิ่งได้ที่ไม่แน่ใจ ก็ ไม่ต้อง ดำเนินการต่อไป แต่อย่างไร ผู้ให้การช่วยเหลือ สำหรับ เจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัคร ต้องให้การช่วยเหลือตามระบบการปฏิบัติการ ที่ ถูกต้อง เพราะหรือเป็นไปตามระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างเคร่งครัด เพราะระบบ เจ้าหน้าทีและอาสาสมัคร เป็นผู้ปฏิบัติการช่วยเหลือ ที่ต้องปฏิบัติตามระบบ โดยระบบให้ใบอนุญาตและรับรองตามขั้นตอน ตามระบบฯ สำหรับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร เห็นด้วยที่ต้องมีระบบที่ชัดเจนตามระบบฯ

ก็ดีเหมือนกันเป็นเรื่องที่ควรทำ

เพราะว่าเป็นการยื้อชีวิตของคนได้ในขณะหนึ่งค่ะ อีกอย่างเป็นการทดสอบตนเองด้วยก้อได้มั้งว่าที่เราอบรมมาน่ะจะใช้ประโยชน์ได้มากเพียงใด อีกอย่างคงไม่มีใครอยากตายหรอกนะ หรือไม่ก้อว่าง่ายๆกันเลยค่ะทุกๆคนก็รักชีวิตกันทั้งนั้นแหละ เราเป็นกู้ชีพ มีหน้าที่ช่วยเหลือคนอื่น..
อุบัติเหตุนั้..นเราเองก็ไม่ได้อย่างให้มันเกิดขึ้นแม้กระทั่งตัวเราเองและคนอื่นใช่ไหมล่ะคะ แต่ถ้าเราช่วยเขาได้เราก็ควรทำ..

อาสาสมัครกู้ภัย
พรหมธรรม สีคิ้ว
 

อาสาสมัคร ต้องเตรียมตัวกันอย่าง ไร

ถ้ามี กฏหมาย ด้าน EMS (การแพทย์ฉุกเฉิน) โดยตรง ที่ทำให้มีผลต่อการรักษาพยาบาลก่อนถึงโรงพยาบาล อาสาสมัครต้องเตรียมตัวกันกันอย่างไร

ไปเที่ยวเชียงใหม่มาครับ เจอเลย

ผมก้อเป็นคนในระบบคนหนึ่งครับครับ ซึ่งโชคดีที่ได้ไปเที่ยวที่จ.เชียงใหม่ แล้วบังเอิญเพื่อนซึ่งอยู่เชียงใหม่นัดไปเที่ยวกันที่เซ็นทรัล กาดสวนแก้ว ระหว่างนั้นเองได้ประสบเหตุมอเตอร์ไซด์ชนเสาไฟฟ้าครับ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ2ราย รายแรกรู้สึกตัวดี ส่วนอีกรายสิครับ สะลึมสะลือ ครับ ผมจะเข้าไปเจ้าหน้าที่ตำรวจกันเลยครับ (ก้อดีนะ) ไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปที่คนเจ็บเด็ดขาด ผมก้อโทรแจ้ง1669 ศูนย์สั่งการเชียงใหม่ครับ(ทราบภายหลังว่าศูนย์เวียงพิงค์) พอแจ้งเขาบอกว่าสั่งการรถพยาบาลออกแล้วครับ ผมอุ่นใจ อีกประมาณ2-3นาที มีรถมูลนิธิหนึ่งครับ สีเหลือง เจ้าหน้าที่แต่งชุดสีเลือดหมู2นายลงมา ดู ดูแล้วอีกไม่เกิน 30วินาทีก้อมีรถกู้ภัยมูลนิธิเดียวกันนี้วิ่งมาด้วยความเร็วพร้อมกับรถพยาบาลอีกคันหนึ่ง(ไปดูข้างๆเป็นรถเบสิคครับ) พอรถมูลนิธิมาจอดเจ้าหน้าที่ทั้งหมดของมูลนิธิก้อรีบปฎิบัติการ SCOOP AND RUN  เราน่าจะรู้จักกันดีนะครับ ผมก้อเข้าไปไม่ได้ เป็นห่วงน้องคนสะลึมสะลืออย่างเดียว  จากการประเมินของผมนะครับน่าจะมีรอาการ HEAD INJURY  นะครับ และมีเลือดออกจากใบหน้าเป็นลักษณะACTIVE BLEEDด้วยครับ  เอ้อ ทำไมหนอ คิดในใจ ทำไมทำได้เหมือนพลเมองดีเขาทำเลย หิ้วแขน หิ้วขา คอลล่าร์ไม่ใส่ เลือดก้อไม่ห้าม AVPU  DCAP BTLS ก้อไม่มี ผมสงสารมากเลยครับ  เหมือนคนโดนซ้ำยังไงก้อไม่รู้ ผมไปเที่ยวเชียงใหม่ครั้งนี้สนุกมาก พอมาเจอเหตุเช่นนี้แล้วหมดสนุกเลย เมืองใหญ่ขนาดนี้แล้วยังไงฝากผู้เกี่ยวข้องด้วยแล้วกันนะครับ  น่าจะมีการควบคุมให้ได้นะครับสงสารเขา บางครั้งอาจเป็นคนที่อื่นมาเที่ยวแล้วเจอเหตุการณ์อย่างนี้ก้อได้อย่าให้เขาว่าเลยนะครับ ฝากด้วยนะ

 

ศูนย์กู้ชีพ "นเรนทร"
เลขที่ 2 อาคารศูนย์กู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาลราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

ห้ามคัดลอกเนื้อหาและข้อความที่ปรากฏบนเวบไซต์แห่งนี้ โดยมิได้รับอนุญาต