เราควรสนับสนุนการใช้เครื่องกระตุกหัวใจ AED หรือไม่?

เราควรสนับสนุนการใช้เครื่องกระตุกหัวใจ AED หรือไม่

defib1.jpg

AED ประจำสถานีรถไฟในญี่ปุ่น

หลายท่านคงได้เห็นหรือได้ใช้งาน เครื่องกระตุกหัวใจ (Defibbrillator) กันมาแล้ว ถ้าเป็นบุคลากรทางการแพทย์คงได้มีโอกาสสัมผัส และใช้งานเครื่องมือชนิดนี้มาแล้วอย่างแน่นอน อุปกรณ์ชิ้นนี้ได้นำมาใช้เป็นขั้นตอนหนึ่งในการกู้ชีพผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้นในบางกรณี ในการให้โอกาสที่หัวใจจะกลับมาเต้นเป็นปกติอีกครั้ง เมื่อไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมาได้มีผู้ออกแบบให้สามารถวิเคราะห์คลื่นหัวใจผู้ป่วย และส่งกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ผู้ป่วยโดยกดปุ่มเพียงไม่กี่ปุ่ม ผ่านแผ่นแปะหน้าอก 2 ชิ้น เรียกว่า เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (Automated External Defibbrillator) หรือ AED นั่นเอง การทำงานไม่ซับซ้อน ในสังคมประเทศผู้ผลิต (และประเทศมีเงินเหลือใช้อื่นๆ) จึงเปิดโอกาสให้คนทั่วไปที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์สามารถใช้ได้ด้วย ผ่านการสนับสนุนโดยงานวิจัยต่างๆที่มีบทสรุปว่ายิ่งผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้นได้รับการช่วยเหลือโดย CPR และใช้เจ้า AED นี้เร็วเท่าใด ผู้ป่วยก็มีโอกาสรอดชีวิตกลับมาเป็นคนปกติได้มากเท่านั้น เท่านั้นแหละ.. ผู้ผลิต AED ต่างผลิต AED ที่ออกแบบมาสำหรับติดตั้งตามสถานที่สาธารณะมากมาย บางชนิดใส่ถ่านไฟฉายใช้งานได้ก็มี

เมื่อเดือนก่อนยังอ่านข่าวอยู่เลยว่า AED 100 เครื่องที่ติดตั้งในงาน 2005 Expo ที่เมือง Aichi ประเทศญี่ปุ่น สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทั้งหมดอย่างน้อย 3 คนให้กลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติ

เมื่องานวิจัยและหลักฐานออกมาแบบนั้น สังคมเหล่านี้ก็เริ่มปรับเปลี่ยน เป็นต้นว่า

  1. มีการติดตั้งเครื่องบนที่สาธารณะ เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ โดยมีลักษณะการติดตั้งโดยใช้แนวคิดเดียวกับเครื่องดับเพลิง
  2. สายการบินหลายแห่งนำไปติดตั้งให้ใช้งานบนเครื่องบินของตนเอง
  3. ศูนย์รับแจ้งเหตุ อย่างน้อยที่อเมริกา ศูนย์ 911 จะมีฐานข้อมูลของเครื่องที่ลงทะเบียนว่าอยู่ที่ใดบ้าง โดยจะแนะนำให้ผู้แจ้งเหตุที่พบเห็นผู้ที่คาดว่าเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้รับ AED ที่ใกล้ที่สุดมาช่วย เรื่องนี้เคยมีเคสเป็นเรื่องใหญ่เลยว่า 911 ได้รับแจ้งเหตุคนหมดสติในที่แห่งหนึ่ง ฐานข้อมูลพบว่าโรงเรียนประถมใกล้ๆกันนั้นมี AED ประจำอยู่ ทาง 911 รีบโทรไปโรงเรียนหวังว่าจะบอกให้มีใครนำเครื่องออกมาช่วย แต่จำไม่ได้ว่าโทรหลายครั้งสายไม่ติด หรือว่าโทรติดแต่ตามคนถือกุญแจตู้ AED ไม่เจอเนี่ยแหละ จนเกิดความล่าช้าในการช่วยเหลือ หลังจากนั้นโรงเรียนก็ปรับเปลี่ยนกฎระเบียบบางอย่างทำให้นำออกมาใช้ได้ง่ายขึ้น รวมถึงการบำรุงรักษาและดูแลให้ใช้งานได้ตลอดเวลา
  4. ในส่วนการอบรม ประชาชนโดยเฉพาะทีม First Responder ที่ตามกฎหมายต้องต่ออายุการอบรม CPR ทุกปีก็ได้รับการอบรม AED เพิ่มเข้ามาด้วย ผมก็เคยไปอบรมคอร์ส CPR with AED for professional rescuer กับเค้าด้วยเหมือนกัน โดยเครื่องอบรมจะเป็นเครื่องปลอมๆ เวลาถือนี่เบาโหวงเลย แต่การทำงานบนจอ เสียงโต้ตอบ และปุ่มกดเหมือนจริงหมด

100_4373.jpg

100_4371.jpg

AED ประจำสนามบิน Tasmania ออสเตรเลีย มาพร้อมกับโปสเตอร์สอน CPR และวิธีการใช้งาน

ในส่วนประเทศไทย ก็อยากจะถามผู้รู้ว่าขณะนี้ถึงเวลาหรือยังที่เราจะเปิดโอกาสให้สามารถซื้อหา AED มาใช้ได้ หรือมีสนับสนุน ทั้งในด้านให้เกิดการวิจัยและผลิตขึ้นในประเทศไทย (แต่เนื่องจากมันเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่ซับซ้อนจึงอาจจะทำได้ยาก?) นโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนการอบรมและให้มีการใช้งานจากกระทรวงสาธารณสุข (หรือจากสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิน?) และในด้านการปฏิบัติที่เกี่ยวเนื่อง เช่น กฎหมาย, ประชาชน, และทัศนคติของบุคลากรทางการแพทย์ระดับต่างๆ

เท่าที่ทราบ ผมเคยได้รับการติดต่อสอบถามความเหมาะสมในการใช้งานเครื่อง AED จากโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ก็ค่อนข้างแปลกใจมาก ผู้ถามบอกว่าเป็นกฎของทางโรงแรมที่โรงแรม(เป็นโรงแรมชื่อดังจากต่างประเทศ)จะต้องมีเครื่อง AED นี้ประจำอยู่ในทุกสาขา ผู้ถามดูเหมือนมีความรู้เรื่อง AED อยู่บ้างแต่ไม่มั่นใจอย่างมากเรื่องกฎหมาย เพราะกลัวว่าการใช้งานจริงจะผิดกฎหมายเนื่องจากไม่ได้ใช้โดยแพทย์หรือได้รับคำสั่งจากแพทย์ นั่นแสดงให้เห็นกลายๆว่า บริษัทเอกชน หรือหน่วยงานบางแห่งเริ่มมีการซื้อมาเพื่อนำมาใช้จริงแล้วในประเทศไทย ความเห็นของผมคือ ในช่วงที่กฎหมายเรื่อง AED ยังไม่เกิด ทางสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินควรออก guideline เป็นแนวทางปฏิบัติแก่หน่วยงานเหล่านี้ เพื่อป้องกันปัญหากฎหมายและการฟ้องร้องอื่นๆ เป็นการชั่วคราว จะดีหรือไม่?

ที่นี่มีบทความดีๆเกี่ยวกับ AED ให้อ่านกันด้วยเหมือนกัน ผู้เขียนเป็นเพื่อนผมเอง http://gotoknow.org/blog/phddiary/63344

 

ศูนย์กู้ชีพ "นเรนทร"
เลขที่ 2 อาคารศูนย์กู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาลราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

ห้ามคัดลอกเนื้อหาและข้อความที่ปรากฏบนเวบไซต์แห่งนี้ โดยมิได้รับอนุญาต