ภาวะฉุกเฉินระหว่างการตั้งครรภ์ และการคลอด

ภาวะฉุกเฉินขณะคลอด

การคลอดแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

  • ระยะแรก: เป็นช่วงที่มดลูกเริ่มมีการหดรัดตัวเป็นช่วง ๆ ร่วมกับการเปิดของปากมดลูก ซึ่งทำให้มีมูดปนเลือดออกทางช่องคลอด ใช้เวลา 8-10 ชั่วโมง ในครรภ์แรก และ 5-7 ชั่วโมงในครรภ์ต่อมา
  • ระยะที่สอง: เป็นระยะที่ปากมดลูกเปิดได้ประมาณ 3-4 เซนติเมตร ทารกจะเริ่มเคลื่อนตัวลงสู่ด้านล่าง จนกระทั่งเด็กคลอดใช้เวลาประมาณ 60 นาที
  • ระยะที่สาม: เป็นการคลอดของรก ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที

อาการและอาการแสดงที่บ่งบอกว่ามีการเจ็บครรภ์คลอด ซึ่งจำเป็นต้องทำคลอดฉุกเฉิน ได้แก่

  • ศีรษะเด็กตุงอยู่ที่ปากช่องคลอด (crowning)
  • มีการหดรัดตัวของมดลูกทุก ๆ 2 นาที ครั้งหนึ่งนานประมาณ 60 วินาที
  • มีอาการปวดเบ่ง

โดยทั่วไปทางที่ดีที่สุด คือ การนำมารดาที่เจ็บครรภ์ไปคลอดยังโรงพยาบาล แต่ในบางสถานการณ์ที่อาจต้องทำคลอดในที่เกิดเหตุ เนื่องจากไม่สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลได้ทันเวลา

การทำคลอดในภาวะฉุกเฉิน

  • อย่าตื่นเต้นตกใจ
  • ใส่อุปกรณ์ป้องกัน ถุงมือ เสื้อคลุม
  • อย่าให้มารดาไปเข้าห้องน้ำด้วยอาการปวดท้องถ่าย
  • อย่าหนีบขาผู้ป่วย หรือทำการขัดขวางช่องทางการตลอด
  • เตรียมอุปกรณ์การทำคลอด
  • อุปกรณ์ตัดสายสะดือ
  • เชื่อกสำหรับผูกสายสะดือ
  • ผ้าเช็ดตัวแห้ง
  • ผ้าซับเลือด
  • ผ้าสำหรับห่อทารก
  • น้ำยาฆ่าเชื้อ
  • ให้มารดานอนราบ ชันเข้าสองข้างขึ้น
  • ทำความสะอาดรอบ ๆ ช่องทางคลอด ปูผ้าปลอดเชื้อ
  • ประเมินการดำเนินการคลอด จนกระทั่งศีรษะเด็กตุงที่ปากช่องคลอด (crowning)
  • เจาะถุงน้ำคร่ำ ถ้ายังไม่แตก
  • ทำการคลอดศีรษะ
  • ดูดเสมหะออกจากปากและจมูกของทารก
  • ทำการคลอดตัว
  • ผูก หรือหนีบสายสะดือ
  • เช็ดตัวทารก
  • ทำคลอดรก
  • ประเมินการเสียเลือด
  • คลึงมดลูก
  • ใช้ผ้าสะอาดปิดช่องคลอด และเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

ความผิดปกติของการคลอด

แบ่งออกเป็น

  • ท่าของทารกที่ผิดปกติ นอกเหนือไปจากศีรษะ
  • น้ำคร่ำมีสีหรือกลิ่นผิดปกติ
  • การเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด
  • มีการเจ็บครรภ์หลังจากคลอดทารกแล้ว อาจเป็นครรภ์แฝด

การคลอดท่าผิดปกติ (abnormal presention)

สายสะดือย้อย (prolapsed cord)

ProlapsedCord2.jpg

เกิดหลังจากที่ถุงน้ำคร่ำแตก แล้วสายสะดือย้อยลงมาก่อนหน้าศีรษะทารก ทำให้สายสะดือถูกกดทับจากอุ้งเชิงกราน และศีรษะทารก ทำให้ทารกขาดอากาศ ถือเป็นภาวะเร่งด่วน ที่ต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเอาทารกออกทางหน้าท้อง


การช่วยเหลือเบื้องต้น

  • ให้มารดานอนหัวต่ำ ยกสะโพกขึ้นสูง เพื่อลดแรงกดทับสายสะดือ
  • ใส่ถุงมือปลอดเชื้อ แล้วใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในช่องคลอด ดันส่วนศีรษะของเด็กกลับขึ้นไป ระวังไม่ให้กดถูกสายสะดือ
  • คลุมสายสะดือด้วยผ้าปลอดเชื้อชุบน้ำ
  • ทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด


คลอดท่าก้น

เป็นความผิดปกติของทารกที่ส่วนของสะโพก หรือขาออกมาก่อน เป็นภาวะที่มีความเสี่ยงสูง ควรรีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด โดยทำการหนุนสะโพกให้สูงขึ้นในระหว่างการเคลื่อนย้าย

ครรภ์แฝด

ภาวะที่มีการตั้งครรภ์ทารกมากกว่า 1 คน ผู้ช่วยเหลือควรระวังในกรณีดังต่อไปนี้

  • หน้าท้องของมารดายังคงมีขนาดใหญ่หลังจากคลอดทารกแล้ว
  • มดลูกยังมีการหดรัดตัวอย่างมาก หลังจากคลอดทารกแล้ว ประมาณ 10 นาที
  • ขนาดทารกไม่สัมพันธ์กับขนาดครรภ์ของมารดา

การช่วยเหลือเบื้องต้น

  • เตรียมทำคลอดสำหรับทารกคนที่สอง
  • ระวังการตกเลือดหลังคลอด
  • ถ้าประเมินว่าทารกคนที่สองยังไม่คลอด ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายมารดาไปยังโรงพยาบาล ให้ทำการเคลื่อนย้าย
  • ทารกที่เกิดมามักมีน้ำหนักตัวน้อย ซึ่งอาจต้องการการดูแลเพิ่มเติม ควรนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

Arizona injury attorney

az injury attorney arizona personal injury attorneys in phoenix arizona law. arizona personal injury attorney

ศูนย์กู้ชีพ "นเรนทร"
เลขที่ 2 อาคารศูนย์กู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาลราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

ห้ามคัดลอกเนื้อหาและข้อความที่ปรากฏบนเวบไซต์แห่งนี้ โดยมิได้รับอนุญาต