พบเห็นอุบัติเหตุ ในจังหวัดเชียงใหม่

ค่ำคืนหลังอาหารค่ำใน จ.เชียงใหม่ ผมขับรถจากร้านอาหารชื่อดังริมแม่น้ำปิง ข้ามสะพานนวรัฐ และเลี้ยวซ้ายมาที่ถนนช้างคลานเพื่อที่จะเดินทางกลับที่พักซึ่งอยู่ในอำเภอหางดง น่าจะใช้เวลาไม่นานก็จะถึงที่พัก

 pic02.jpg

ด้วยความที่นานๆจะได้มาพักผ่อนที่นี่สักที ก็เลยขับรถด้วยความเร็วต่ำ สายตามองชีวิตผู้คนข้างทางเป็นระยะ กระจกหน้าต่างรถถูกเปิดเพื่อรับลมเย็นที่อุณหภูมิเริ่มลดระดับลงในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน...... มอเตอร์ไซค์สีน้ำเงินคันหนึ่งแซงขวาออกไปความเร็วน่าจะประมาณ 40-50 กม.ต่อชม.เห็นจะได้ คนขี่เป็นผู้หญิงเมื่อดูจากด้านหลังน่าจะอายุราวๆ 30 ปี และก็เป็นเรื่องปกติของที่นี่ และที่ไหนๆของประเทศไทยที่เราจะเห็นผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายปราศจากสิ่งป้องกันศีรษะ(หมวกนิรภัย)ใดๆทั้งสิ้น เส้นผมยาวประบ่าของเธอปลิวไปตามลมที่ปะทะใบหน้า

ด้วยความที่เธออาจพะวงถึงอะไรสักอย่าง หรืออาจมีสิ่งรบกวน ทำให้เธอมองไม่เห็นมอเตอร์ไซค์ที่กำลังเปิดไฟเลี้ยว จอดรอเลี้ยวขวาอยู่กลางถนน เสี้ยววินาทีนั้น เธอหักรถหลบอย่างเร็วจนล้อหลังไถลและสะบัดอย่างแรงไปอีกทางจนล้มลง เมื่อมองจากด้านหลัง เราจะพบทุกรายละเอียดเปรียบเสมือนภาพสโลว์โมชั่น.... ศีรษะของเธอกระแทกพื้นค่อนข้างรุนแรงจนกระดอนขึ้นบนพื้นแอสฟัลต์ 2-3 ครั้งและนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

พวกเราเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อจอดรถลงมาดูคนเจ็บ ในการประเมินสถานที่เกิดเหตุเบื้องต้น รถบริเวณนั้นขับกันไม่เร็วเท่าไหร่ คงจะไม่น่าเป็นห่วงมาก แต่ก็คว้าเสื้อสะท้อนแสงสีเขียวมะนาวสลับแดงจาก NSW Ambulance ที่ติดมากับกระเป๋าเอามาใส่ไว้ เมื่อเข้าใกล้รถมอเตอร์ไซค์ ไม่พบการรั่วไหลของน้ำมัน แต่จำเป็นต้องเสียเวลาเอื้อมมือไปบิดกุญแจเพื่อดับเครื่อง.....

แสงจากไฟหน้ารถเช่า Toyota Vios ของเราช่วยพวกเราได้มากในการประเมินอาการผู้บาดเจ็บเบื้องต้นตาม Primary Survey ABC ซึ่งพบว่าคนเจ็บยังหายใจ และมีชีพจรที่ดีอยู่ ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก แต่ตอบสนองต่อความเจ็บปวดเล็กน้อย จึงมี Glasgow Coma Scale อยู่ที่ E1V2M4 ด้วยความที่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตใดๆติดมา จึงคงยังไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก .... ผมจึงรีบกดเบอร์ 1-6-6-9 เพื่อแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์นเรนทรเชียงใหม่ หรืออีกชื่อหนึ่งที่คนกู้ชีพ กู้ภัยแถวนั้นเรียกกันติดปากว่า

"ศูนย์เวียงพิงค์"pic01.jpg

"เวียงพิงค์ สะวัดดี๋คับ.." เสียงผู้ชายสำเนียงชาวเหนือแท้ๆตอบรับ เปรียบเสมือนเสียงตอบรับของนางฟ้าผู้ใจดีจากสวรรค์....

"ขอแจ้งเหตุ จักรยานยนต์ล้มด้วยตนเองครับ ผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย อายุประมาณ 30 ปี ไม่สวมหมวกกันน๊อก ขณะนี้หมดสติครับ"

"รับทราบครับ ขอทราบที่เกิดเหตุด้วยครับ..." (ที่จริงต้องตอบเป็นสำเนียงชาวเหนือ แต่กลัวพิมพ์ผิด)

ขณะนั้นไทยมุงเริ่มทำหน้าที่ของตัวเอง ประกอบไปด้วยแม่ค้า พ่อค้า และคนสัญจรทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติบริเวณนั้น ลงมาดูจุดเกิดเหตุ ด้วยความไม่สันทัดเรื่องสถานที่เกิดเหตุ ผมจึงยื่นโทรศัพท์ให้ผู้ที่คาดคิดว่าน่าจะเป็นแม่ค้า เพื่อบอกสถานที่เกิดเหตุให้กับเจ้าหน้าที่ ในขณะเดียวกันผมก็พยายามทำ secondary survey คนเจ็บ แต่ยังไม่พบอาการบาดเจ็บอื่นๆ

เพียงแค่ 1 นาทีหลังจากโทรแจ้งเหตุ พวกเราก็ได้ยินเสียงไซเรน และไฟวับวาบสีน้ำเงินจากรถพยาบาลเบสิกของ รพ.เซ็นทรัลเชียงใหม่เมมโมเรียลวิ่งพุ่งมาด้วยความเร็วสูงจากทิศทางตรงกันข้าม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ 2 นาย การทำงานของพวกเขาแปลกไปกว่าที่พวกเราเคยปฏิบัติกันพอสมควร เพราะขาดการทำงานหลายอย่างที่ผมเห็นว่าควรจะทำ เช่น การใส่เฝือกคอ การใส่ airway การรัดเข็มขัดด้วยเข็มขัดอย่างต่ำ 3 เส้น ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบ ณ จุดเกิดเหตุนั้น เป็นผู้ตัดสินใจดำเนินการ ซึ่งก็ได้แต่หวังว่าคนเจ็บจะไม่ได้รับอันตรายเพิ่มเติมมากขึ้น และนำส่งโรงพยาบาลที่เป็น definitive care จริงๆ........

ชอบเชียงใหม่จริงๆ ไปทีไรก็รู้สึกดีทุกครั้ง..

ท่านใดอยู่เชียงใหม่ มาเล่าประสบการณ์ทำงานกู้ชีพในเชียงใหม่ดูบ้างก็น่าสนใจดีนะครับ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์

เล่าได้บรรยากาศจริงๆ

เห็นด้วยค่ะ  หลายๆครั้งที่เห้นการยกเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ไม่ถูกต้อง
ล่าสุดเลยก็เคสเมื่อคืนที่อยู่เวรที่ ER    มีรพ.เอกชนเอารถมารับผู้ป่วย
เป็นคนเดินเท้า ถูกรถชน มีบวมมากที่ไหล่ขวา  film มี fracture scapula มีแผลที่หน้า GCS ประมาณ 12
รถไม่มี spinal board มา  ใช้เปลตักแทนก็ไม่คล่องแคล่ว
เราต้องคอย save คอ เองซะทุกครั้ง  ถ้าไม่บอกนี่...ก็ทำท่าจะย้ายผู้ป่วย โดยไม่รอสัญญาณจากคนที่อยู่ที่หัวก่อนเลย
เฮ้อ  ได้แต่นึกว่าเราก็ทำเท่าที่จะทำได้ให้ดีที่สุดละมั้ง  บางทีมันก็พูดยาก

ศูนย์กู้ชีพ "นเรนทร"
เลขที่ 2 อาคารศูนย์กู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาลราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

ห้ามคัดลอกเนื้อหาและข้อความที่ปรากฏบนเวบไซต์แห่งนี้ โดยมิได้รับอนุญาต