ubon's blog
บทกลอน แด่.....อาจารย์สมชาย กาญจนสุต....ผู้บุกเบิกงาน EMS
Submitted by ubon on Tue, 11/17/2009 - 11:31.เนื่องในวาระที่อาจารย์สมชาย กาญจนสุต เกษียณอายุราชการ ในเดือนกันยายน 2552 ที่ผ่านมา ผู้เขียนจึงขอมุทิตาจิตด้วยบทกลอนด้านล่างนี้ค่ะ
เมื่อเอ่ยชื่อ “นเรนทร” ตามกลอนกล่าว
จะกี่ครั้ง กี่คราว ณ ที่ไหน
ครู EMS คนแรกของฉัน..........อาจารย์สมชาย กาญจนสุต......
Submitted by ubon on Tue, 11/17/2009 - 11:27.อุบล ยี่เฮ็ง
ศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี
อ่าน: บทกลอน แด่.....อาจารย์สมชาย กาญจนสุต....ผู้บุกเบิกงาน EMS
เมื่อเอ่ยคำว่า “นเรนทร” ชื่อหนึ่งที่ทุกคนจะต้องนึกถึงคือ อาจารย์สมชาย กาญจนสุต ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลรุ่นแรกๆที่บุกเบิกหน่วยงานนี้ขึ้นมา ตั้งแต่ครั้งที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดโครงการนำร่องการรักษาพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ โดยจัดตั้งศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2538 เพื่อเป็นต้นแบบของการให้บริการรักษาพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุของประเทศไทย ซึ่งขณะนั้น อาจารย์สมชาย กาญจนสุต ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ของโรงพยาบาลราชวิถี และยังต้องเป็นหัวหน้าศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี ในเวลาเดียวกันด้วย จนกระทั่งต่อมาได้จัดตั้งให้มีสำนักงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือที่เรียกกันว่า “ ศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข” ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่จัดระบบ EMS ของประเทศไทย ซึ่งอาจารย์สมชาย กาญจนสุต ก็ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข เป็นคนแรกอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย จึงทำให้ผู้คนเกิดความเข้าใจสับสนคิดว่าเป็นหน่วยงานเดียวกันกับ ศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี ฉันขอย้ำอีกครั้ง ว่าไม่ใช่หน่วยงานเดียวกัน ปัจจุบันคงหายสับสนแล้วล่ะ เพราะศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข ได้เปลี่ยนโครงสร้างไปเรียบร้อยแล้ว ชื่อนี้คงเป็นเพียงตำนานหนึ่งในระบบ EMS ของเมืองไทยที่ผู้คนคงยังจำกันได้ดี และยังคงจำได้ว่าอาจารย์สมชาย กาญจนสุต เป็นผู้อำนวยการคนแรกของศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข
Nurse Corner: โยนความคิดเก่าๆทิ้งไป....แล้วลองคิดใหม่ดีกว่า
Submitted by ubon on Mon, 01/05/2009 - 10:35.
เมื่อเร็วๆนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องพยาบาลรุ่นใหม่คนหนึ่ง (โรงพยาบาลใดไม่ขอบอก) เกี่ยวกับการทำงานในห้องฉุกเฉิน ซึ่งนับวันจะมีผู้เจ็บป่วยเป็นจำนวนมากยิ่งขึ้น เราคุยกันถึงเรื่องหลายเรื่อง ทำให้ผู้เขียนได้เห็นแนวคิดดีๆมากมายของคนรุ่นใหม่ที่อายุต่างกับเรามาก และมีบทสรุปที่เหมือนกันในเรื่องหนึ่งไม่ว่าจะเป็นในสมัยไหนๆก็คือ พยาบาลห้องฉุกเฉินเหนื่อยล้าเหลือเกิน โดยเฉพาะเวรบ่าย เวรดึก ยิ่งในช่วงต่อเวรระหว่างเวรบ่าย และเวรดึก ซึ่งนอกจากจะมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากแล้ว ยังมีผู้บาดเจ็บทยอยกันมาอีกเพรียบ
“365 วัน...ความดีงามหรือความผิดพลาด”: ความทรงจำในโอกาสครบรอบ 1 ปีของการระเบิดหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
Submitted by ubon on Sun, 12/09/2007 - 06:11.
จากเหตุการณ์ระเบิดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่กรุงเทพซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ในวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2550 ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่คนไทยทุกคน คงไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ในเมืองหลวงของประเทศไทย แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ เหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากจะทำให้คนไทยทุกคนหมดสนุกในการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่แล้ว ยังทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอีกจำนวนหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเราได้รับคือบทเรียนที่สามารถนำมาทบทวน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับมัน ถ้ามันจะเกิดขึ้นอีก และถ้าเวลาผ่านไป เรื่องราวเหล่านี้ คงจะถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา ฉันจึงอยากจะถ่ายทอดความทรงจำของฉันในโอกาสที่ใกล้จะครบรอบ 1 ปีของการเกิดระเบิด เพื่อเรื่องราวเหล่านี้จะได้ยังคงอยู่ในความทรงจำ ไม่ลบเลือนหายไปกับกาลเวลา อีกทั้งจะเป็นตำนานของคนรุ่นหลังของชาวโรงพยาบาลราชวิถีให้ได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งเคยมีระเบิด เกิดขึ้นที่หน้าบ้านของพวกเราทุกคน
80 พรรษามหาราช
Submitted by ubon on Fri, 11/30/2007 - 18:05.ห้าธันวา แปดสิบพรรษา มหาราช
ภูมิพล องค์กษัตริย์ ผู้ยิ่งใหญ่
พระฯเป็นดั่ง ร่มโพธิ์ และร่มไทร
ปกครองไทย อยู่เป็นสุข ทุกโมงยาม
ทรงเป็นเทพ อยู่ในใจ ไทยทั้งชาติ
ชาวกู้ชีพกับวันลอยกระทงที่จะมาถึง
Submitted by ubon on Sat, 11/10/2007 - 14:45.
“วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นอง เต็มตลิ่ง เราทั้งหลาย ชายหญิง สนุกกันจริง วันลอยกระทง ฯลฯ” เสียงเพลงลอยกระทง ที่คนไทยทุกคนรู้จักกันดี บรรยายถึงบรรยากาศประเพณี และวิถีชีวิตของคนไทยในค่ำคืนวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปีได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งคนไทยทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ ผู้แก่ ผู้เฒ่า หรือลูกเด็กเล็กแดง พอจำความได้ ก็สามารถร้องเพลงลอยกระทงได้ สะท้อนให้เห็นว่าประเพณีลอยกระทง ซึมซับเข้าไปในสายเลือดและจิตวิญญาณของคนไทยทุกคน และถ้าบทเพลงนี้ถูกขับขานขึ้นเมื่อใด นั่นหมายถึงช่วงเวลาของคนไทยที่จะทำการขอบคุณและขอขมาพระแม่คงคา ที่เราได้ใช้ดื่ม ใช้อาบ และใช้ในการอื่นๆอีกมากมายในชีวิตประจำวันและในหลายชั่วอายุคน โดยทุกคนจะนำกระทงที่ประดิษฐ์เอง หรืออาจหาซื้อมา พร้อมดอกไม้ ธูปเทียน ไปลอยในแม่น้ำ และตั้งจิตอธิฐานตามแต่ใจใครจะคิด
“เมื่อฉัน ทำงานกู้ชีพ”
Submitted by ubon on Sat, 11/10/2007 - 14:41.บทกลอนนี้จริง ๆ เขียนเสร็จมานานเป็นปีแล้ว ซึ่งทำให้ตัวเองคันพบแนวทางที่ทำให้ทำงานกู้ชีพได้อย่างมีความสุข ตอนแรกไม่ได้คิดจะให้ใครอ่าน แต่ช่วงหลังๆ มีพยาบาลหลายคนที่ต้องรับผิดชอบงาน EMS เคยมาปรึกษาและโทรฯ
