ubon's blog

บทกลอน แด่.....อาจารย์สมชาย กาญจนสุต....ผู้บุกเบิกงาน EMS

เนื่องในวาระที่อาจารย์สมชาย กาญจนสุต เกษียณอายุราชการ ในเดือนกันยายน 2552 ที่ผ่านมา ผู้เขียนจึงขอมุทิตาจิตด้วยบทกลอนด้านล่างนี้ค่ะ

เมื่อเอ่ยชื่อ “นเรนทร” ตามกลอนกล่าว
จะกี่ครั้ง กี่คราว ณ ที่ไหน

ครู EMS คนแรกของฉัน..........อาจารย์สมชาย กาญจนสุต......

อุบล ยี่เฮ็ง

ศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี

อ่าน: บทกลอน แด่.....อาจารย์สมชาย กาญจนสุต....ผู้บุกเบิกงาน EMS

เมื่อเอ่ยคำว่า “นเรนทร” ชื่อหนึ่งที่ทุกคนจะต้องนึกถึงคือ อาจารย์สมชาย กาญจนสุต ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลรุ่นแรกๆที่บุกเบิกหน่วยงานนี้ขึ้นมา ตั้งแต่ครั้งที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดโครงการนำร่องการรักษาพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ โดยจัดตั้งศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2538 เพื่อเป็นต้นแบบของการให้บริการรักษาพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุของประเทศไทย ซึ่งขณะนั้น อาจารย์สมชาย กาญจนสุต ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ของโรงพยาบาลราชวิถี และยังต้องเป็นหัวหน้าศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี ในเวลาเดียวกันด้วย จนกระทั่งต่อมาได้จัดตั้งให้มีสำนักงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือที่เรียกกันว่า “ ศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข” ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่จัดระบบ EMS ของประเทศไทย ซึ่งอาจารย์สมชาย กาญจนสุต ก็ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข เป็นคนแรกอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย จึงทำให้ผู้คนเกิดความเข้าใจสับสนคิดว่าเป็นหน่วยงานเดียวกันกับ ศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี ฉันขอย้ำอีกครั้ง ว่าไม่ใช่หน่วยงานเดียวกัน ปัจจุบันคงหายสับสนแล้วล่ะ เพราะศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข ได้เปลี่ยนโครงสร้างไปเรียบร้อยแล้ว ชื่อนี้คงเป็นเพียงตำนานหนึ่งในระบบ EMS ของเมืองไทยที่ผู้คนคงยังจำกันได้ดี และยังคงจำได้ว่าอาจารย์สมชาย กาญจนสุต เป็นผู้อำนวยการคนแรกของศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข

Nurse Corner: โยนความคิดเก่าๆทิ้งไป....แล้วลองคิดใหม่ดีกว่า

 

 

เมื่อเร็วๆนี้  ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องพยาบาลรุ่นใหม่คนหนึ่ง (โรงพยาบาลใดไม่ขอบอก)  เกี่ยวกับการทำงานในห้องฉุกเฉิน  ซึ่งนับวันจะมีผู้เจ็บป่วยเป็นจำนวนมากยิ่งขึ้น   เราคุยกันถึงเรื่องหลายเรื่อง ทำให้ผู้เขียนได้เห็นแนวคิดดีๆมากมายของคนรุ่นใหม่ที่อายุต่างกับเรามาก  และมีบทสรุปที่เหมือนกันในเรื่องหนึ่งไม่ว่าจะเป็นในสมัยไหนๆก็คือ  พยาบาลห้องฉุกเฉินเหนื่อยล้าเหลือเกิน   โดยเฉพาะเวรบ่าย   เวรดึก   ยิ่งในช่วงต่อเวรระหว่างเวรบ่าย  และเวรดึก   ซึ่งนอกจากจะมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากแล้ว   ยังมีผู้บาดเจ็บทยอยกันมาอีกเพรียบ 

“365 วัน...ความดีงามหรือความผิดพลาด”: ความทรงจำในโอกาสครบรอบ 1 ปีของการระเบิดหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

new_year_bomb11.jpgจากเหตุการณ์ระเบิดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่กรุงเทพซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ในวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2550 ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่คนไทยทุกคน  คงไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ในเมืองหลวงของประเทศไทย  แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ เหตุการณ์ดังกล่าว  นอกจากจะทำให้คนไทยทุกคนหมดสนุกในการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่แล้ว ยังทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอีกจำนวนหนึ่ง     แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเราได้รับคือบทเรียนที่สามารถนำมาทบทวน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับมัน  ถ้ามันจะเกิดขึ้นอีก และถ้าเวลาผ่านไป เรื่องราวเหล่านี้ คงจะถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา  ฉันจึงอยากจะถ่ายทอดความทรงจำของฉันในโอกาสที่ใกล้จะครบรอบ 1 ปีของการเกิดระเบิด เพื่อเรื่องราวเหล่านี้จะได้ยังคงอยู่ในความทรงจำ ไม่ลบเลือนหายไปกับกาลเวลา      อีกทั้งจะเป็นตำนานของคนรุ่นหลังของชาวโรงพยาบาลราชวิถีให้ได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งเคยมีระเบิด  เกิดขึ้นที่หน้าบ้านของพวกเราทุกคน

80 พรรษามหาราช

ห้าธันวา แปดสิบพรรษา มหาราช

ภูมิพล   องค์กษัตริย์   ผู้ยิ่งใหญ่

พระฯเป็นดั่ง   ร่มโพธิ์ และร่มไทร

ปกครองไทย   อยู่เป็นสุข ทุกโมงยาม

ทรงเป็นเทพ  อยู่ในใจ ไทยทั้งชาติ

ชาวกู้ชีพกับวันลอยกระทงที่จะมาถึง

kratong.jpg“วันเพ็ญเดือนสิบสอง   น้ำก็นอง   เต็มตลิ่ง   เราทั้งหลาย ชายหญิง  สนุกกันจริง   วันลอยกระทง ฯลฯ”  เสียงเพลงลอยกระทง  ที่คนไทยทุกคนรู้จักกันดี   บรรยายถึงบรรยากาศประเพณี  และวิถีชีวิตของคนไทยในค่ำคืนวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปีได้เป็นอย่างดี    
อีกทั้งคนไทยทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่   ผู้แก่  ผู้เฒ่า  หรือลูกเด็กเล็กแดง พอจำความได้  ก็สามารถร้องเพลงลอยกระทงได้  สะท้อนให้เห็นว่าประเพณีลอยกระทง  ซึมซับเข้าไปในสายเลือดและจิตวิญญาณของคนไทยทุกคน    และถ้าบทเพลงนี้ถูกขับขานขึ้นเมื่อใด   นั่นหมายถึงช่วงเวลาของคนไทยที่จะทำการขอบคุณและขอขมาพระแม่คงคา ที่เราได้ใช้ดื่ม  ใช้อาบ และใช้ในการอื่นๆอีกมากมายในชีวิตประจำวันและในหลายชั่วอายุคน   โดยทุกคนจะนำกระทงที่ประดิษฐ์เอง หรืออาจหาซื้อมา  พร้อมดอกไม้  ธูปเทียน  ไปลอยในแม่น้ำ   และตั้งจิตอธิฐานตามแต่ใจใครจะคิด

“เมื่อฉัน ทำงานกู้ชีพ”

บทกลอนนี้จริง ๆ เขียนเสร็จมานานเป็นปีแล้ว ซึ่งทำให้ตัวเองคันพบแนวทางที่ทำให้ทำงานกู้ชีพได้อย่างมีความสุข ตอนแรกไม่ได้คิดจะให้ใครอ่าน   แต่ช่วงหลังๆ  มีพยาบาลหลายคนที่ต้องรับผิดชอบงาน EMS เคยมาปรึกษาและโทรฯ

Syndicate content
ศูนย์กู้ชีพ "นเรนทร"
เลขที่ 2 อาคารศูนย์กู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาลราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

ห้ามคัดลอกเนื้อหาและข้อความที่ปรากฏบนเวบไซต์แห่งนี้ โดยมิได้รับอนุญาต